ท่านเข้าเยี่ยมชมบทความนี้เป็นลำดับที่  
 
   
 
  ท่านต้องการที่จะ.... อ่าน   ติดต่อผู้เขียนบทความ    
         
             
   

หมายเหตุ : รายงานผลการศึกษาแนวโน้มความต้องการแรงงานในช่วงปี 2553 – 2557 ฉบับนี้มีนักวิชาการ
บางท่านให้ความเห็นไว้ว่า คณะผู้ศึกษาใช้ข้อมูล (GDP สต็อกทุน และผู้มีงานทำ) ในการคำนวณน้อยไป
(ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 11 ปี) ทำให้ค่าสถิติของสมการบางสมการไม่มีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ
ของค่าประมาณการ โดยได้แนะนำว่า ควรใช้ ตัวแปร Dummy มาประกอบการคำนวณ เพื่อให้ได้ค่าสถิติ
ที่มีนัยสำคัญ และจะทำให้ผลการประมาณการน่าเชื่อถือมากขึ้น

   

คำชี้แจง   
1. ในการประมาณการครั้งแรก คณะผู้ศึกษาใช้ข้อมูลในการประมาณการย้อนหลัง 38 ปี (2514 – 2551) ผลการ
    ประมาณการปรากฏว่า ภาคเกษตร มีแนวโน้มความต้องการแรงงานลดลงตั้งแต่ ปี 2550 เป็นต้นไปซึ่งขัดแย้ง  
    กับการจ้างงานจริง ที่ปรากฏว่าการจ้างงานในภาคเกษตรเพิ่มขึ้นทุกปีต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
2. ในการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552
    ผศ.ดร. พิษเณศ  เจษฎาฉัตร จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แนะนำคณะผู้ศึกษาว่า
    การใช้ข้อมูล GDP สต็อกทุน และผู้มีงานทำ ย้อนหลัง 38 ปี มาประมาณการแนวโน้มความต้องการแรงงาน
    อาจทำให้ค่าประมาณการผิดเพี้ยนไปได้ เนื่องจากในช่วง 38 ปี ดังกล่าวอัตราการขยายตัวของ GDP
    มีบางช่วงที่ผิดปกติ เช่นบางปีขยายตัวสูงกว่าปกติมาก ในบางปี  ตกต่ำมากจากวิกฤติเศรษฐกิจอาจารย์ฯ
    จึงแนะนำให้  ทำการทดสอบค่าประมาณการย้อนหลัง แต่ละช่วงเวลา โดยใช้จุดผันผวนทางเศรษฐกิจ
    (ขยายตัวหรือหดตัวผิดปกติ) เป็นจุดแบ่ง ซึ่งคณะผู้ศึกษาได้ทำการทดสอบแล้วปรากฏว่า ข้อมูล GDP
    สต็อกทุน และผู้มีงานทำ ช่วงปี 2541 – 2551 ให้ค่าประมาณการย้อนหลังได้ใกล้เคียงกับการจ้างงานจริง
    มากที่สุด
3. ตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิข้างต้น คณะผู้ศึกษาได้ทำการทดสอบเกี่ยวกับการใช้ตัวแปร Dummy
    มาประกอบการคำนวณแล้ว พบว่า ค่าสถิติของสมการมีนัยสำคัญทุกตัวแปร (ยกเว้นตัวแปร Dummy)
    แต่ค่าทดสอบประมาณการแนวโน้มความต้องการแรงงานย้อนหลัง 5 ปี (2547 – 2551) ปรากฏว่า
    ผลประมาณการคาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงมาก กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าเทคนิคเกี่ยวกับการใช้ตัวแปร
    Dummy มาประกอบการคำนวณไม่ได้ช่วยให้การประมาณการแม่นยำขึ้นแต่อย่างใด
4. คณะผู้ศึกษาเห็นว่า ขณะนี้ยังชี้ไม่ได้ว่าผลการประมาณแนวโน้มความต้องการแรงงานในช่วงปี 2553 – 2557
    แม่นยำหรือไม่ จนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่ประมาณการไว้
5. ในปี 2554 คณะผู้ศึกษาจะมีการประเมินผลการศึกษาว่าเป็นอย่างไร หากคาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงมาก
    ก็จะทำการปรับค่าประมาณการในปีต่อไปเสียใหม่ให้เหมาะสม ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกันกับนักประมาณการทั่วไป

   
  ทางกองวิจัยตลาดแรงงานขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับบทความดังกล่าว